วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แนะกินอาหารเป็นยา บอกลาภูมิแพ้-ป่วยซ้ำซาก



อาหาร "แม็กโครไบโอติกส์" เป็นพื้นฐานการรักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติโดยการปรุงอาหารที่เน้นความสมดุล ซึ่งไทยมีศูนย์การเรียนรู้อาหารแม็กโครไบโอติกส์ที่เป็นศาสตร์ของชาวอิตาลีชื่อ ศ.มาเรียว เปียเนซี่ นำมาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อว่า "แม็กโครไบโอติกส์ มา-ปี" ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย โดยนำความรู้เรื่อง อาหารแม็กโครไบโอติกส์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับคนในท้องถิ่น จนคว้ารางวัลต้น แบบโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ภายในงานเปิดตัวโครงการ "รวมพลังขับเคลื่อนอาหารปลอดภัย เพื่อคนไทยสุขภาพดี มีโภชนาการสมวัย ส่งเสริมครัวไทยเป็นครัวโลก" ของกระทรวงสาธารณสุข

โดยใช้อาหารเป็นยาสร้างทางเลือกเสริมในการรักษาร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งได้ผลดีกับกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น ภูมิแพ้ มะเร็ง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น 

เมื่อปี 2553 สมาพันธ์แม็กโครไบโอติกส์นานาชาติแห่งประเทศอิตาลี ได้รับรองให้เป็นศูนย์การเรียนรู้แม็กโครไบโอติกส์ มา-ปี แห่งแรกในประเทศ ไทยและภูมิภาคอาเซียน และยังขยายไปยังโรงพยาบาลแม่ลาว จ.เชียงราย และโรงพยาบาลหาดใหญ่

ด้วยการรับประทานอาหารเน้นการสร้างสมดุลของกรด-ด่างในเลือด ต่อต้านความเป็นกรดอ่อนๆ เรื้อรังที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายที่ไม่สมดุล อันเนื่องมาจากนิสัยการกินซ้ำซาก กินแต่เนื้อสัตว์ นม ไข่ อาหารจานด่วน รสจัด ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายต่อสุขภาพ 

การกินธัญพืชทั้งเมล็ด ผักใบเขียว ใยอาหารน้อยลง สารต้านอนุมูลอิสระจากแหล่งธรรมชาติก็ลดตามไปด้วย ระยะแรก ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ภาวะไขมันในเลือดสูง ระยะยาวก่อให้เกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไตและโรคมะเร็ง เป็นต้น 

อาหารแม็กโครไบโอติกส์ มา-ปี มี 5 สูตรหลัก สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนธัญพืช โปรตีน และผักได้ ขึ้นกับโครงสร้างและสภาวะแต่ละบุคคล สูตรที่ 1-3 เป็นสูตรที่นำไปใช้เป็นโภชนบำบัด ส่วนสูตร 4-5 เป็นสูตรส่งเสริม ป้องกันสุขภาพ

ผู้ป่วยภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจและโรคผิวหนังอักเสบบริเวณจมูกรายหนึ่ง กินอาหารแม็กโครไบโอติกส์ มา-ปี บอกว่า เริ่มกินสูตร 2 มีข้าว ถั่ว งาขาวคั่วเกลือ กับผักปลอดสาร กินประมาณ 10 วันก็รู้สึกว่าโรคประจำตัวหายไป หลังจากนั้นก็กินสูตร 3-5 ได้น้ำมันพืชชนิดดี โปรตีนจากเนื้อสัตว์จากธรรมชาติ ใช้ผักปลอดสารพิษ 3 เดือน พบว่าระดับไขมันที่เคยสูงกลับลดลงเป็นปกติ หลับสบายและไม่เจ็บป่วยซ้ำซาก 

สอบถามข้อมูลสร้างสุขภาพดีได้ที่ ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์ โทร.0-5371-1300 ต่อ 1452 หรือ www.crhospital.org/, ร.พ.แม่ลาว โทร.0-5360-3100, 0-5360-3119 หรือ www.maelaohosptital.com






แหล่งข่าว เดลินิวส์

กฎใหม่เข้มอาหารแปรรูปทุกชนิด

น.ส.ทิพวรรณ ปริญญาศิริ ผอ.สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย หรือจีเอ็มพี ไพรมารี่ (GMP Primary) ว่า ขณะนี้อย.ส่งเรื่องให้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ลงนามในประกาศแล้ว และส่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยจะมีระยะเวลาเพื่อผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการปรับปรุง 3 ปี หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้จะครอบคลุมอาหารแปรรูปทุกชนิด โดยหมายถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของอาหาร หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต และบรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายต่อผู้บริโภค ต้องมีฉลาก และมีมาตรฐานในการผลิตตามที่ประกาศกำหนด มีฉลากวันเดือน ปี ผลิตและหมดอายุชัดเจน

สำหรับอาหารแปรรูปหมายรวมถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการทุกชนิด เช่น คั่ว หมัก ดอง ทอด โดยเน้นที่อาหารซึ่งบรรจุพร้อมจำหน่าย เช่น สินค้าโอท็อป และของฝากทั่วประเทศ อาหารถุง-กล่องพร้อมขาย ซึ่งในระหว่าง 3 ปีนี้ ผู้ผลิตปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ส่วนที่ปรับมาตรฐานการผลิตแล้ว ขอขึ้นทะเบียนและทำฉลากได้ทันที ส่วนผู้ผลิตรายใหม่ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าข่าย 5-6 หมื่นราย ระดับโรงงาน 100 ราย ระดับกลางหมื่นราย และขนาดเล็ก 3-4 หมื่นราย




แหล่งข่าว เดฃินิวส์

เตือนใช้ผงปรุงรสเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ เหตุกินเกลือเกิน-จี้แก้พฤติกรรม

ผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนมีความนิยมในการใช้ผงปรุงรส หรือก้อนปรุงรสเพิ่มมากขึ้นว่า จากการเก็บข้อมูลส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าว พบว่าส่วนผสมส่วนใหญ่ร้อยละ 40 ประกอบไปด้วยโซเดียมหรือเกลือ รองลงมาคือ ไขมันปาล์มร้อยละ 18-20 และผงชูรสร้อยละ 15-20 แต่หากเป็นชนิดที่ไม่มีผงชูรส ก็จะเปลี่ยนเป็นเกลือเพิ่มขึ้น และน้ำตาล ร้อยละ 8-10 เพื่อทำให้มีรสชาติกลมกล่อมขึ้น นอกจากนี้ก็จะมีเนื้อสัตว์อบแห้งเพื่อเลียนแบบของธรรมชาติ โดยทั้งผลิตภัณฑ์ชนิดก้อนและผงมีส่วนประกอบที่ไม่ต่างกันมากนัก 

ผศ.ดร.วันทนีย์กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลด้านโภชนาการ ในการเติมส่วนประกอบดังกล่าวลงในอาหาร คือ อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับปริมาณโซเดียมที่สูงเกินไป โดยพบว่าก้อนปรุงรส 1 ก้อน มีปริมาณโซเดียม 1,800 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา โดยปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันอยู่ที่ 1,000-1,500 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัม ซึ่งในการบริโภคแต่ละวัน จะได้รับโซเดียมจากแหล่งต่างๆ อยู่แล้ว ทั้งในผัก ผลไม้ และจากการเติมเครื่องปรุงรสต่างๆ ทำให้เมื่อใส่ผงปรุงรสโอกาสที่จะได้รับโซเดียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ และหากรับประทานติดต่อกันอย่างต่อเนื่องก็ทำให้เกิดผลต่อสุขภาพได้ในที่สุด

"ประชาชนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยการใช้ผักทดแทน เช่น แครอต หัวไช้เท้า กระดูก เพราะการเติมผงหรือก้อนปรุงรสมีความเสี่ยงที่จะทำให้ได้รับโซเดียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ และพบว่าประชาชนมักเพิ่มเครื่องปรุงชนิดอื่นลงไปอีก ทั้งซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล ยิ่งทำให้ได้รับปริมาณเพิ่มขึ้น โดยการได้รับโซเดียมมาก สัมพันธ์กับโรคความดัน ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือด หัวใจ หลอดเลือดสมอง หากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ก็จะยิ่งได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก" ผศ.ดร.ววันัทนีย์กล่าว




แหล่งข่าวเดลินิวส์ 

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

สว.ชี้ตั้ง"คอ.นธ."อันตราย ปฏิวัติเงียบ! อำนาจล้นฟ้า-ส่อขัดรธน.

สว.ชี้ตั้ง"คอ.นธ."อันตราย ปฏิวัติเงียบ! อำนาจล้นฟ้า-ส่อขัดรธน.
เปิดช่องแทรกแซงศาล-องค์กรอิสระ
"อุกฤษ"แถลงรับงาน-ไม่จุ้นคดีแม้ว กัมพูชาตอกกต.ไม่ปล่อยวีระ-ราตรี

 เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ ส่วนตัว http://ukrit-mongkol navin.com กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา เห็นชอบให้จัดตั้ง องค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ รวมทั้งแต่งตั้งให้เป็นประธาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 เปิดแถลงการณ์อุกฤษแจงนั่งคอ.นธ.

 ทั้งนี้แถลงการณ์ของนายอุกฤษมี 10 ข้อ โดยข้อ 1 ระบุว่า ได้ทราบว่าคณะรัฐมนตรีมีมติวางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 เพื่อจัดตั้ง องค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรม แห่งชาติ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีศาล รวมทั้งองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ เป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง โดยมุ่งหมายให้เกิดความเป็นธรรม ความชอบธรรม และความเสมอภาคของบุคคลในสังคม เพื่อให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค ตลอดจนได้รับความยุติธรรมตามระบบกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติที่เกิดจากอคติต่างๆ ของผู้ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในการลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ กรรมการคณะนี้มีชื่อย่อว่า คอ.นธ.

 กลับจากตปท.เดินหน้าลุยทันที

 ข้อ 2 ในขั้นตอนนี้เป็นการวางระเบียบเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการ คอ.นธ. ขึ้นเพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่การทำงาน ของคณะกรรมการ ข้อ 3 ระหว่างนี้ ศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน จะเดินทางไปต่างประเทศ ประมาณ 2 สัปดาห์ โดยมีนัดหมายล่วงหน้ามาก่อนประมาณ 1 ปี เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ คอ.นธ. และกลับจากต่างประเทศแล้วจะได้เริ่มดำเนินการต่อไป

 ดึงนักวิชาการปลอดการเมืองช่วย

 ข้อ 4 งานสำคัญงานแรกได้แก่การพิจารณาบุคคลที่จะมาร่วมเป็นกรรมการ จำนวนไม่เกิน 12 คน โดยมีหลักการพิจารณาจากนักวิชาการทางกฎหมาย และนักกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ได้แก่ คณบดี และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกนั้นจะเชิญนักกฎหมายอาวุโสที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง มีตำแหน่ง ทางวิชาการในระดับศาสตราจารย์ มาร่วมเป็นคณะกรรมการ

ข้อ 5 ประธานกรรมการ มีอิสระ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลแนวทางการทำงานจะขอให้กรรมการแต่ละท่านจัดตั้งคณะอนุกรรมการตามจำนวนที่สมควร และตามความจำเป็นจากอาจารย์ทางกฎหมายของมหาวิทยาลัยที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก ทั้งชายและหญิง ซึ่งยึดมั่นในหลักนิติธรรมในการสอนกฎหมายแก่นิสิต-นักศึกษา และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ยืนยันไม่ยุ่งนิรโทษ-คดีทักษิณ

ข้อ 6 ภารกิจของคณะกรรมการ คอ.นธ.จะไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการ ชุด ดร.คณิต ณ นคร โดยเป็นกรรมการอิสระทั้ง 2 คณะที่มีภารกิจต่างกัน ข้อ 7 คณะกรรมการ คอ.นธ. จะไม่ประชุมพิจารณาเรื่องที่มีองค์กร ส่วนอื่นๆ และภาคประชาชนดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม หรือ การพิจารณาเรื่องที่ดินรัชดาฯ ที่จะเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสร็จแล้วพิมพ์แจกประชาชน

ข้อ 8 คณะกรรมการจะเผยแพร่การทำงานในรูปแบบการให้ความรู้แก่ประชาชน และบุคคลทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจในหลักนิติธรรม ที่ยอมรับนับถือทั่วไปในประเทศ และต่างประเทศ

ข้อ 9 ผลงานของคณะอนุกรรมการทุกคณะเมื่อเข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของ คณะกรรมการและอนุกรรมการแล้วจะได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่เป็นหลัก และเป็นแนวทางว่าด้วย กฎหมายและการกระทำที่ชอบด้วยหลักนิติธรรม

ทิ้งการเมืองแต่ไม่ทิ้งบ้านเมือง

และข้อ 10 ศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน จะยึดมั่นในปณิธานที่ตั้งไว้เมื่ออายุครบ 60 ปี ทิ้งการเมือง แต่ไม่ทิ้งบ้านเมือง บัดนี้เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาและเป็นปัญหาที่กระทบกับประชาชนทั้งประเทศ จึงไม่อาจ นิ่งเฉยอยู่ได้โดยการทำงานนี้ จะไม่มีประโยชน์ ตอบแทนแต่ประการใด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งทางการเมือง หรือเงินตำแหน่ง เงินค่าตอบแทนใดๆ

ปูวอนอย่าด่วนสรุปตั้งอุกฤษ

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแต่งตั้งนายอุกฤษ เป็นประธานคอ.นธ. ว่า หลักการนายอุกฤษจะศึกษาในเรื่องกฎหมาย และหลักกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องดูรายชื่อคณะกรรมการ ที่นายอุกฤษจะเชิญเข้ามาร่วมทำงาน และนายอุกฤษคงจะได้ชี้แจงให้ทราบต่อไป

อุ้มปอยมีกึ๋นนั่งกุนซือรมว.สธ.

นายกฯ ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ หรือปอย อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่ปรึกษา รมว. สาธารณสุข ว่า เป็นสิทธิของนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ที่เสนอมา ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องต่างตอบแทนนั้น ขออย่าไปมองมุมนั้น ต้องมองในมุมที่ว่าแต่ละท่านนั้นมีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญ สามารถที่จะช่วยแนะนำในเรื่องของการทำงาน เพราะทุกท่านก็เต็มใจที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาล และเราก็ไม่ปิดกั้น

พร้อมทูลเกล้าฯกสทช.สัปดาห์นี้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นทางกฎหมายเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งตนพร้อมที่จะนำรายชื่อกสทช.ขึ้นทูลเกล้าฯได้ทันทีหากเลขาฯครม.เสนอมา โดยหากเป็นไปได้ก็จะพยายามทูลเกล้าฯให้ได้สัปดาห์นี้เพราะไม่ต้องการให้เกิดความล่าช้า

รบ.ยันตั้งอุกฤษสร้างปรองดอง

ด้านนพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวง ยุติธรรมเป็นผู้นำเสนอชื่อนายอุกฤษเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม. โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหา ความขัดแย้งเรื่องมาตรฐานต่างๆ ในสังคม สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนทุกฝ่ายอย่าง เท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดวิกฤติความแตกแยกของประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างความ ปรองดองของรัฐบาลชุดนี้

ผมเห็นเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.ก็ยังตกใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีคณะกรรมการ ที่มีรูปแบบนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ได้มีคณะรัฐมนตรีคนไหนสอบถามในที่ประชุมครม.เมื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมนำเสนอเรื่องนี้เสร็จก็ผ่านไปในวาระอื่นเลย นพ.สุรวิทย์กล่าว

เหลิมลั่นสังคายนากม.ยุคปฏิวัติ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้นายอุกฤษ มาดูเรื่องการปฏิรูปกฎหมายทั้งหมด อะไรที่ไม่เป็นธรรมต้องสังคายนาใหม่ เพราะบางเรื่องเราต้องยอมรับความเป็นจริง ที่มาจากการ ปฏิวัติ แล้วเราเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็น ด้วยทั้งหมดก็คงไม่ใช่ แต่อะไรที่มาจากคณะปฏิวัติตนไม่เห็นด้วย ไม่ใช่การปฏิรูปศาล เพราะศาลใครก็ไปปฏิรูปท่านไม่ได้ แต่เราปฏิรูปกฎหมายได้ ซึ่งกฎหมายที่ศาลใช้ทุกวันนี้ก็มาจากรัฐสภาเป็นผู้ออกมาบังคับใช้ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ความไม่ยุติธรรมในประเทศไทยยังมีอยู่ในทุกพื้นที่ ตนผ่านคุกมาทราบดีว่าหลายคนถูกบังคับให้รับสารภาพโดยที่ไม่ได้ทำความผิด ดังนั้น นายอุกฤษถือเป็นผู้หลัก ผู้ใหญ่รู้ดีว่าจะนำพาบ้านเมืองสร้างความยุติธรรม ให้เกิดขึ้น และคงไม่ใช่การไปแทรกแซงอำนาจยุติธรรมตามที่เกรงกัน

สว.ชี้ตั้งคอ.นธ.ใหญ่กว่า3อำนาจ

ในขณะที่นายตวง อันทะไชย สว. สรรหา ฐานะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ประธานวุฒิสภา กล่าว หากดูตามอำนาจที่เขียนไวั้เท่ากับเป็นการรื้อระบบกฎหมายของประเทศ ทั้งส่วนตุลาการ นิติบัญญัติ และบริหารโดยเท่ากับจะมีการยกเลิก เพิกถอนกฎหมายของประเทศ รวมถึงรัฐธรรมนูญ และแนวทางการปกครองของประเทศ อีกทั้งหากกำหนดไห้มีอำนาจดังกล่าวจริง จะถือว่า คอ.นธ. จะเป็นหน่วยงานที่เป็นอำนาจใหม่ ใหญ่ กว่า 3 อำนาจสูงสุดที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นอันตราย

ระบุไม่เห็นด้วยซ้ำซ้อนชุดคณิต

นายตวงกล่าวอีกว่าความเห็นส่วนตัวรัฐบาลไม่จำเป็นที่ต้องตั้งคอนธ. เพราะปัจจุบันในเรื่องการปฏิรูปกฎหมายนั้น มีหน่วยงานที่ดูแลคือ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน อยู่แล้ว ส่วนที่ระบุว่าจะตรวจสอบการทำงานของสภา หรือ ครม.นั้น ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดกลไกล ตรวจสอบไว้หลายช่องทาง อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.), สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

ชี้ขัดรธน.ปฏิวัติเงียบขู่ส่งตีความ

ถ้าทำแบบนี้เท่ากับรัฐบาลกำลังทำปฏิวัติเงียบใช่หรือไม่ และผมมองว่า หากจะตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่เกินกว่า หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งเพราะ คำสั่งของ ครม. นั้นด้อยกว่า พระราชบัญญัติ และรัฐธรรมนูญ หากคอ.นธ. เดินหน้าเรื่องนี้ สว.สามารถเข้าชื่อเพื่อส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการทำหน้าที่ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ วันนี้หากรัฐบาลเร่งทำเรื่องที่เกินกว่าแนวนโยบายอาจเป็นตัวจุดชนวนความวุ่นวายในบ้านเมือง นายตวง กล่าว

ปชป.เชื่อจ้องรื้อศาล-องค์กรอิสระ

นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดของนาย อุกฤษนี้ยังน่ากังขาว่าจะมีวาระซ่อนเร้น หรือไม่ เพราะอำนาจหน้าที่ดูเหมือนเข้ามาตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐสภาศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้บังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามหลักนิติธรรมแต่น่าเป็นห่วงว่าจะเป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยโจมตีการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระอย่าง ต่อเนื่อง

ระบุอาจขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(เงา) พรรค ปชป. กล่าวว่า การตั้ง คอ.นธ. น่าสงสัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ที่ระบุชัดว่าองค์กรศาลต้องเป็น อิสระหรือไม่ เพราะคอ.นธ.ชุดนี้มีอำนาจครอบคลุมทั้งรัฐสภา ศาลและองค์กรอิสระ ดังนั้นสามารถยื่นตีความได้ว่ามติ ครม.นี้

ขัดต่อกฎหมายสูงสุดหรือไม่

อธิบดีกรมคุกรับสภาพโดนเด้ง อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนในคือความเคลื่อนไหวหลังครม.มีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะย้ายนายชายชาติ สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปเป็นรองปลัดกระทรวง เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์แทนนั้น

วันเดียวกันนี้นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดแถลงข่าวร่วมกัน โดยนายชาติชายกล่าวยอมรับการถูกย้ายว่าเป็นเรื่องปกติของข้าราชการ และตนก็จะไม่ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค.) เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดที่จะไปร้อง เพราะตำแหน่งสูงขึ้น

ไม่เชื่อเป็นแผนปูทางช่วยแม้ว

เมื่อถามว่า สาเหตุการย้ายครั้งนี้ ถูกมองว่าเพื่อช่วยเรื่องถวายฎีกาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายชาติชาย กล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่แน่เพราะเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ส่วนการถวายฎีกาเสื้อแดง นั้น ขึ้นอยู่กับคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงที่กระทรวงยุติธรรมตั้งขึ้นมา ซึ่งพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ก็ไม่ได้เร่งรัดแต่อย่างใด

พบญาติทักษิณร่วมลงชื่อด้วย

นอกจากนี้นายชาติชาย ยังชี้แจง ขั้นตอนการยื่นถวายฎีกาของคนเสื้อแดงว่า กรมราชทัณฑ์ได้กล่องกระดาษบรรจุรายชื่อมากว่า 300 ลัง ทำการตรวจสอบตามขั้นตอน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2552 ก่อนทยอยให้กรมการปกครอง ตรวจสอบรายชื่อ พบว่าชื่อตรงตามทะเบียนราษฎรกว่า 2 ล้านคน ชื่อไม่ตรง 3 แสนคน นามสกุลไม่ตรงกว่า 5 แสนคน และไม่พบชื่อ-นามสกุลอีกกว่า 5 แสนคน

จากการสอบตัวตนของผู้ยื่นถวายฎีกาและความเกี่ยวพันทางเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรมการปกครองได้ตอบกลับมาเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมาว่ามีเครือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมอยู่ด้วยนายชาติชายกล่าว

บิ๊กแป๊ะ-ตู่โต้ตั้งสุชาติไม่เกี่ยวฎีกา

นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์แทนนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการถวายฎีกา เนื่องจากเรื่องดังกล่าว ได้ผ่านขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ไปแล้ว

เทือกเชื่อรบ.กรุยทางเอาแม้วกลับ

ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ รมว. มหาดไทย(เงา)กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ตอนนี้ตนไม่ได้มองว่าเขาสถาปนารัฐตำรวจ แต่รัฐบาลกำลังปูพื้นฐาน ทุกอย่างเพื่อทำให้การฟอกผิด และการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศได้ง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพราะถ้าเอาพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาก็ต้องเตรียมไว้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน

อธิบดีกรมน้ำปัดรับสินบน

วันเดียวกันนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเก้าอี้เริ่มสั่นคลอน อีกคน ได้เปิดแถลงหลังถูกนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกร้องเรียนกล่าวหารับสินบนใน 2 โครงการ คือ 1.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟู แหล่งน้ำหนองร้องปู่เจ้า บ้านนาเบี้ยหลวง หมู่ 10 ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง วงเงินกว่า 1.9 ล้านบาท 2.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่น้ำงาว หมู่ 3 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง วงเงิน 1.9 ล้านบาท ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และได้แจ้งความไว้ที่สน.บางซื่อ และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบแล้วเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ

ยิ่งลักษณ์เยือนกัมพูชา

อีกเรื่องหนึ่งคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย มีกำหนดเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กันยายน และกลับในวันเดียวกัน ส่วนวันท ี่16 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ผู้เป็นพี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เดินทางเข้ากัมพูชา

แหล่งข่าวใกล้ชิด นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ระบุว่ากระทรวงต่างประเทศได้รับแจ้งจากรัฐบาลกัมพูชาแล้วว่า จะมีการปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ 2 คนไทย ที่ถูกจำคุกที่เรือนจำเปรซอร์ กรุงพนมเปญ ในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เข้าพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาจารกรรมข้อมูล

โดยทางกัมพูชาให้เหตุผลว่าความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ดีขึ้นตามลำดับจนมา ถึงจุดความไว้เนื้อเชื้อใจซึ่งกันและกัน และถือเป็นของขวัญให้กับนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งจะเดินทางเยือนกัมพูชา ส่วนนายวีระ และน.ส.ราตรี จะเดินทางกลับมาพร้อมกับคณะของนายกฯหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ แต่เชื่อว่าทางกัมพูชาได้เตรียมที่จะปล่อยตัวแล้ว

ด้านนายปรีชา สมความคิด น้องชายของนายวีระ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เผยว่าได้รับทราบเรื่องการปล่อยตัว พี่ชายแล้ว ตอนนี้ญาติๆ กำลังติดต่อประสานเพื่อขอความยืนยันในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง และหากได้รับการยืนยันก็จะเดินทางไปรับนายวีระ และ น.ส.ราตรี ที่กัมพูชา

เขมรลั่นไม่ปล่อยตัว2คนไทย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 14 กันยายน ตอบโต้การรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลกัมพูชากำลังหาทางขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ สองผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกดำเนินคดีจารกรรม และถูกจำคุกในเรือนจำกลางกรุงพนมเปญ โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุ ว่า การรายงานข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งยืนยันว่า คดีของ ผู้ต้องหาทั้งสองจะได้รับการดำเนินการตามกฎหมายของกัมพูชาและผู้ต้องหาทั้งสองรายต้องได้รับโทษอย่างน้อยสองในสาม ก่อนที่จะมีสิทธิ์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ

ไชยวัฒน์ย้ำไม่เปลี่ยนจุดยืน

นายไชยวัฒน์ สินธุ์สุวงศ์ เลขาธิการกลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และแนวร่วมกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวว่า เป็นข่าวดีที่จะมีการปล่อยตัวนายวีระ น.ส.ราตรี แต่ก็ไม่ได้ทำให้จุดยืนของเราเปลี่ยนไปทางเครือข่ายยังคงยืนยันในจุดยืนเรื่องอธิปไตยของไทย ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นอธิปไตยของไทย ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามาบริหารประเทศ เราไม่ได้ต่อต้านทักษิณอย่างเดียว แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เมื่อเห็นว่ากระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเราก็ต่อต้าน

ปูอยากให้คนไทยเป็นอิสระ

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องการปล่อยตัวนายวีระ น.ส.ราตรีว่า อำนาจการปล่อยตัวอยู่ที่ทางการรัฐบาลกัมพูชา ตนในฐานะรัฐบาลไทยก็มีความห่วงใยคนไทยทุกคน ซึ่งก็คงจะไปหารือว่า จะมีแนวทางช่วยเหลือคุณวีระและคุณราตรีอย่างไร

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการประสานกันก่อนบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยัง การไปครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในการที่จะสร้าง สัมพันธไมตรี อย่างไรก็ตาม หากกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระและนางสาวราตรีก็ดีใจ เพราะในฐานะนายกฯ ก็อยากทำหน้าที่ในการดูแลคนไทยทุกคน

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้ง 2 คน จะกลับมาพร้อมกับนายกฯได้เลย นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ก็จะทำหน้าที่นายกฯอย่างเต็มที่

ย้ำไม่มีเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ส่วนกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาพูดถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ โดยเฉพาะการที่นายกฯจะเดินทางไปครั้งนี้ เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างมาก นายกฯ กล่าวว่า คงไม่มีอะไร เพราะตนก็จะทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อถามอีกว่า คิดอย่างไรที่ทุกครั้ง เวลาเดินทางไปต่างประเทศก็มักจะถูกพาดพิงมาถึงตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะอยู่ ในช่วงจังหวะนี้ตลอด นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งปกติตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเดินทางไปไหนมาไหนอยู่แล้ว และตนก็จะไม่ทราบในรายละเอียด สำหรับตนก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลที่จะเดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีแต่ละประเทศ ในกลุ่มอาเซียน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กับทางกัมพูชาจะ ถือโอกาสนี้ปูทางในเรื่องของพลังงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ครั้งแรกคงจะเป็นเรื่องของการไปเชื่อมและฟื้นความสัมพันธ์ก่อน แล้ว จึงค่อยดูบรรยากาศอีกครั้งหนึ่งว่า จะไปคุยกันในส่วนของรายละเอียดอย่างไร เพราะบางครั้งอะไรที่เป็นประเด็นอ่อนไหวเราก็จะต้องใช้ลักษณะการเจรจาทางการทูต และค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องดูหลังจากการเยือน ครั้งนี้ก่อน

ย้ำไปเปิดศักราชใหม่ที่เขมร

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การไปเยือนกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีหนนี้ คือไปเปิดศักราชใหม่สานสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะความร่วมมือทางการค้าที่จะมีการเพิ่มมูลค่ามากขึ้น โดยใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ นอกจากไปแนะนำตัว เราต้องยืนยันในนโยบายส่งเสริมความสัมพันธ์ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค จุดผ่านแดน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สส.พรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปพร้อมกับนายกรัฐมนตรี หรือ ไม่ นางฐิติมากล่าวว่า ไม่มี เรานั่งแอร์บัสไป 30 ที่นั่ง ซึ่งเต็มหมด ไม่ได้มีแต่ต้นอยู่แล้ว ไม่ทราบมีข่าวลืออย่างไร นายกรัฐมนตรีไปตามภารกิจที่มีอยู่แล้ว เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ เราก็ทราบว่า ท่านไม่ได้เดินทางไปช่วงนั้นอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าท่านเป็นพี่น้องกันต้องพูดเรื่องอื่น อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าไปเพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเดียว และยืนยันว่าไม่มีการ นัดพบกันแน่นอน เพราะได้สอบถามแล้ว นางฐิติมา กล่าว

 เหลิมไม่ทะเลาะกับเขมร

 ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่าถ้ากัมพูชาให้อิสรภาพนายวีระ และ น.ส.ราตรี เป็นของขวัญของนายกรัฐมนตรีไทย ก็เป็นเรื่องดี แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เมื่อซักว่า กำลังจะบอกว่าเป็นความช่วยเหลือจากอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ก็เป็นที่รู้กันทั้งประเทศไทย ซึ่งตอนนี้บ้านเมืองกำลังไปด้วยดี สองประเทศ เข้าใจกันดี ไม่ตั้งตัวเป็นศัตรู สมัยรัฐบาล ชุดที่แล้วก็เอารัฐมนตรีต่างประเทศไปด่าเขาไว้ แล้วใครจะมาชอบ

 ย้ำชัดไม่ตามจับทักษิณ

 ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันชัด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดินเดินทางเข้ากัมพูชาว่า รัฐบาลคงไม่ดำเนินการอะไร เพราะ 1.ยังไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปเขมร จริงหรือไม่ 2.เขมรก็มีอธิปไตยของเขาเอง 3.ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีชื่อ ในเรดโนติส ทั้งที่ระยะเวลา 2 ปี 7 เดือน พรรคประชาธิปัตย์ ก็พยายามทำแต่เรื่องเดียว ที่จะให้อินเตอร์โปรลิศ(ตำรวจสากล) ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และ 4.ที่อินเตอร์โปรลิศไม่ออกหมายจับนั้น ก็เพราะความผิด ของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าข่าย ส่วนประการสุดท้าย ที่ประชาธิปัตย์ พยายามทำอยู่ทุกครั้งทุกวัน ที่มีความคิดจะขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น มันไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะส่งตัว

 ยงยุทธอ้างแม้วไม่ได้ผิด

 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เราคงไม่ไปแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา ที่จะให้ใครเข้าออกประเทศเขา กรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การละเว้นไม่ขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดี จะทำให้รัฐบาลผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 นายยงยุทธ แย้งว่า แต่หลายประเทศก็บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้กระทำผิดกฎหมายในประเทศเขา ไม่อย่างนั้นคงให้ความร่วมมือเรื่องดำเนินคดีแล้ว การเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ อะไรนั้น เราต้องเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนั้นด้วย

 เมื่อถามว่า หมายความว่า รัฐบาลจะไม่มีท่าทีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของกัมพูชา ซึ่งตนตอบมาหลายครั้งแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เข้าข่ายที่ต้องส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อไม่เข้าข่าย จะให้เขาส่งตัวมาได้อย่างไร

 ศาลไฟเขียวไข่แม้วเข้าเขมร

 วันเดียวกันศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมช. มหาดไทย ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1, ที่ 3 และที่ 7 ร่วมกันก่อการร้าย เดินทางไปประเทศกัมพูชาได้ตามวัน เวลาที่ร้องขอ โดยให้จำเลยทั้งสามวางเป็นเงินสดต่อศาลคนละ 600,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามกลับมารายงานตัวภายในวันที่ 26 ก.ย. การอนุญาต ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจำเลยทั้งหมดได้ยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อไปเขมรไปเชื่อม ความสัมพันธ์เตรียมการแข่งขันฟุตบอล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23-25 ก.ย.จำเลยทั้งหมด จึงขออนุญาตไปเตรียมงานที่เขมร ระหว่าง 15-19 กันยายน

 เตรียมไปจัดอีกหลายประเทศ

 ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สาเหตุ ที่ต้องเดินทางไปประสานงานล่วงหน้า เนื่องจาก ภายหลังมีแนวคิดจัดแข่งฟุตบอลนัด กระชับมิตร ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจจนการเตรียมงานเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงต้องเดินทางไปประสานงานล่วงหน้าให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยเหลือนายวีระ-น.ส.ราตรี ที่ถูกจำคุกในเขมร

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวว่าฟุตบอลนัดนี้ กลายเป็นเรื่องใหญ่ในประเทศกัมพูชาไปแล้ว คาดว่าจะมีผู้ชม นับหมื่นคน จะเป็นกีฬาสร้างมิตรภาพ ไม่ใช่แค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่กำลังจะประสานงานไปยัง ประเทศลาว พม่า เวียดนาม แต่จะเริ่มต้นที่ประเทศกัมพูชา เป็นการสร้างอารมณ์ ให้ลดความตึงเครียดให้ พี่น้องของทั้ง 2 ประเทศ จะเป็นกัมพูชา โมเดล

 สว.บี้เทือก-ประวิตรชี้แจง

 วันเดียวกันนายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรค ประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม ชี้แจงกรณีสมเด็จฯ ฮุนเซ็น นายกฯ กัมพูชา ออกมาระบุว่า ให้ทางการไทยตรวจสอบการกระทำของบุคคลดังกล่าว ที่มีความพยายามเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางพลังงานในทะเลอ่าวไทยว่าเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ระบุให้รัฐบาลต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาก่อนการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการทำสัญญา กับต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ต้องดูว่า กรณีดังกล่าวนั้นต้องพิจารณาดูว่าคำพูดมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะชี้แจง นายคำนูณ ย้ำ

 ย้ำปูต้องทำตามมาตรา190

 ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลให้ ความสำคัญด้วยการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ตามมาตรา 179 เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา และถือเป็นโอกาสดีที่จะเปิดเวทีซักถามข้อเท็จจริงกับนายสุเทพ แต่หากรัฐบาลไม่ยินยอมที่จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ตามมาตรา 179 หากวันใดที่รัฐบาลต้องไปเจรจากับประเทศกัมพูชา ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลต้องเสนอกรอบเจรจาต่อที่ประชุมรัฐสภา ตามมาตรา 190 อยู่ดี

 สุเทพปัดเจรจาลับกับฮุนเซ็น

 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ชี้แจงว่า ไม่ได้เจรจาลับกับสมเด็จฯฮุนเซ็นตามที่มีการกล่าวหา แต่เป็นการเจรจาในเรื่องการปล่อยตัว 2 นักโทษมุสลิม อีกทั้งไม่ได้หอบเอกสารลับไปแต่ประการใด ที่ตนไปกัมพูชา นั้นเป็นการไปสร้างความสัมพันธ์ชัดเจน

 ทั้งนี้ตนขอถามว่าความจำเป็นที่ฝ่ายไทยต้องรีบพัฒนาทรัพยากรในอ่าวไทยกับความจำเป็นที่กัมพูชาต้องรีบพัฒนาทรัพยากรในอ่าวไทยฝ่ายไหนเร่งรีบ เร่งร้อนกว่ากันแน่ หากตอบคำถามได้ก็จะรู้ว่าฝ่ายใด เป็นคนเร่งรัด ริเริ่มที่จะมีการเจรจา ตนเรียนกับนายกฮุนเซ็นและนายซก อาน แล้วว่ายินดี จะให้ความร่วมมือเพื่อให้กระบวนการเจรจาสำเร็จเสร็จสิ้น ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดย ได้อธิบายมาตรา 190 ให้ฟังข้อเท็จจริงมีเท่านี้ แต่พอพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ท่าทีผู้นำกัมพูชาก็ต้องเปลี่ยนไป

 จี้ทูตไทยประสานเขมรจับแม้ว

 นายกษิต ภิรมย์ สส.ระบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว. ต่างประเทศ กล่าวถึงการไปเยือนเขมรของ พ.ต.ท.ทักษิณ นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ว่า เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตซึ่งมีฝ่ายทหารด้วยได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว คงทำได้ 2 อย่าง คือย้ำให้ทางกัมพูชาได้รับทราบถึงสถานะของพ.ต.ท.ทักษิณ และขอความร่วมมือในหลักปฏิบัติของมิตรประเทศที่ดีและเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของสมเด็จฯฮุนเซ็น นายกฯกัมพูชาว่า จะให้ความร่วมมือหรือไม่

 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สถานทูต จะต้องรายงานกลับมายังกระทรวงการ ต่างประเทศ เพื่อประสานไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดที่เป็นเจ้าของในการแจ้งที่อยู่ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุด ออกจดหมายอย่างเป็นทางการส่งมา ยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อส่งไป ยังกัมพูชาเพื่อขอความร่วมมืออย่างเป็น ทางการ

 ย้ำชัดหน้าที่ปูต้องตามจับทักษิณ

 นายกษิตกล่าวต่อว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันต่อสภาฯถึงการไม่ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ขอให้พูดจริงทำจริง และต้องสั่งให้คนในรัฐบาลปฏิบัติให้ถูก ซึ่งในการเดินทางไปกัมพูชาต้องว่ากันตามเนื้อผ้า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเอาบุคคลที่หนีไปอยู่ต่างประเทศกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย รัฐบาลจะไปคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิดไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นไทยจะมีกระบวนการยุติธรรมและศาลได้อย่างไร ซึ่งหากรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการถือว่าไม่ถูกต้องยืนยันว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยไป ตามล้างตามเช็ดพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทุกอย่าง จะทำตามหน้าที่ โดยจะมีการโทรเลขแจ้งข้อความไป ซึ่งใช้เวลาประสานไม่ถึง 15 นาที
วันที่ 15/9/2011 แหล่งข่าว แนวหน้า